|
ตึกหอวัง
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
( พ. ศ. ๒๔๑๑ - ๒๔๕๓ ) ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตึกใหญ่ขึ้นหลังหนึ่งที่กลางทุ่งปทุมวัน
เรียกกันเป็นสามัญว่า ตึกหอวัง พระราชทานให้เป็นวังที่ประทับของ
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฏราชกุมาร
ซึ่งเป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ ที่ประสูติ แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา
พระบรมราชเทวี และทรงเป็นพระเชษฐาร่วมพระอุทรของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศ
อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฏราชกุมารพระองค์แรกของกรุงสยาม ไม่ทันได้เสด็จพระบรมราชสมบัติตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระบรมาราชชนก
เพราะประชวรด้วยพระโรคอวัยวะภายในพระอุระพิการได้เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่
๔ มกราคม พ. ศ. ๒๔๓๗ ขณะทรงมีพระชนมายุเพียง ๑๖ พรรษา ๖ เดือน กับ
๗ วัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธกรมขุนเทพทวาราวดี
ซึ่งเสด็จไปศึกษา ณ ประเทศอังกฤษเป็นปีที่ ๒ ขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
สยามากุฏราชกุมาร เป็นพระองค์ที่สอง
ต่อมา เมื่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฏราชกุมาร ได้ทรงรับรัชทายาทเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ
เป็น พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. ๒๔๕๓ และในปีเดียวกันนี้เอง
ได้พระราชทานวังนี้พร้อมที่ดินบริเวณรอบๆ วัง จำนวน ๑,๐๐๐ ไร่เศษ
ให้เป็นสมบัติของ โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตามประกาศลงวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๕๓ หรือที่ได้พระราชทานนามใหม่ในเวลาต่อมาว่า
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๔๕๙
ต่อมาได้มีการตั้งแผนกฝึกหัดครูของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้น
จึงได้มีโรงเรียนมัธยมหอวังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขึ้นเมื่อวันที่
๑๗ พฤษภาคม ๒๔๗๒ เพื่อให้บรรดานิสิตของแผนกฝึกหัดครู หาความชำนาญในด้านการสอน
และใช้ พระตำหนัก คือ ตึกหอวัง เป็นอาคารเรียน

การย้ายโรงเรียน
เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ ทางราชการต้องการให้มีสนามกีฬาแห่งชาติ
และเมื่อพิจารณาความเหมาะสมเรื่องที่ตั้งการก่อสร้างแล้วเห็นว่า
บริเวณโรงเรียนมัธยมหอวังฯ เป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นบริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ
จึงให้โรงเรียนมัธยมหอวังฯ ย้ายไปยังอาคารเรียนที่สร้างใหม่ คือ
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ถนนพญาไท อำเภอปทุมวัน ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีป้ายชื่อ
โรงเรียนหอวังแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่บนอาคารเรียนของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา(
ตึก ๑) ตามเดิม

การสลายตัว
เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๑ ทางราชการมีความจำเป็นต้องตั้ง
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการศึกษาของชาติในระยะนั้น
ที่ว่าผู้ที่จะศึกษาในขั้นอุดมศึกษา จะต้องผ่านในขั้นเตรียมอุดมศึกษาก่อน
หลักสูตร ๒ ปี ดังนั้น ม.ล. ปิ่น มาลากุล จึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดตั้ง
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ขึ้น ส่วน โรง เรียนมัธยมหอวังฯ ก็ต้องสลายไป
ซึ่งพวกเราชาวหอวังเข้าใจว่าเป็นการสลายตัวเพียงกิจกรรมเท่านั้น
ป้ายชื่อของโรงเรียนก็ยังคงอยู่ ณ ตึกโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา (
ตึก ๑ ) ซึ่งการนี้เป็นความเมตตาของศาสตราจารย์ ม.ล. ปิ่น มาลากุล
โดยแท้ พระคุณนี้บรรดานักเรียนเก่ามัธยมหอวังฯ ทุกคนไม่เคยลืมจนตราบเทาทุกวันนี้

การก่อตั้งขึ้นใหม่
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ บรรดานักเรียนมัธยมหอวังฯ
ที่ต้องจากกันนานกว่า ๒๕ ปี และต่างคนก็มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในส่วนราชการ
รัฐวิสาหกิจ และธุรกิจเอกชน ได้พบปะหารือกัน ในที่สุดได้พร้อมใจกันจัดตั้ง
สมาคมนักเรียนเก่ามัธยมหอวังแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขึ้น
โดยมีครูจรูญ เสตะรุจิ เป็นนายกสมาคมฯ และมีศาสตราจารย์ ม.ล. ปิ่น
มาลากุล อดีตอาจารย์ใหญ่และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้น
เป็นประธานในพิธีเปิดป้ายสมาคมฯ ต่อมาได้มีมติในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารฯ
ว่า โรงเรียนมัธยมหอวังแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ควรมีขึ้นอีก
ฯพณฯ ม.ล. ปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ให้สมาคมฯ
พิจารณาที่ดินที่ลาดพร้าว ซึ่งคุณหญิงบดินทรเดชา มอบให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นแห่งแรก
และกรมสามัญศึกษาได้แนะนำที่ดิน ที่กองทัพอากาศ บริจาคให้กระทรวงศึกษาธิการ
ที่ กม. ๒๘ ถนนพหลโยธินเป็นแห่งที่สอง สมาคมนักเรียนเก่ามัธยมหอวังฯ
ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ที่ดินที่ลาดพร้าวมีเงื่อนไขซึ่งไม่อาจคล้อยตามได้
และที่ดินที่กองทัพอากาศดอนเมืองก็ใกล้สนามบินดอนเมืองเกินไปไม่เหมาะสม
และกรมสามัญศึกษาได้แนะนำ โรงเรียนบางเขนวิทยา เป็นแห่งที่สอง สมาคมฯ
ได้พิจารณาเป็นว่าโรงเรียนบางเขนวิทยา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งแต่เมื่อวันที่
๙ มกราคม ๒๕๐๙ มีความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ในที่สุดกระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาอนุมัติโดยได้มีการประกาศเป็นทางการ
คือ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง เปลี่ยนชื่อโรงเรียนบางเขนวิทยา
เป็นโรงเรียนหอวัง ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๑๑ ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่
๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ เป็นต้นไป ลงนามโดย ศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น
มาลากุล รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีอักษรย่อ ห.ว. และได้รับความช่วยเหลือส่งเสริมจากสมาคมนักเรียนเก่ามัธยมหอวังฯ
เป็นอย่างดียิ่ง
หลังจากที่ได้ก่อตั้งโรงเรียนหอวังแล้ว
คณะผู้บริหารของโรงเรียนหอวังได้สร้างความเจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ
การจัดสร้างอาคารเรียนได้ปรับปรุงพัฒนาขึ้นตลอดมา จนกระทั้งเมื่อวันที่
๙ มกราคม ๒๕๓๘ โรงเรียนหอวังได้งบประมาณสร้างอาคารเรียนเก้าชั้น
นับเป็นอาคารเรียนลำดับที่ ๑๐ จำเป็นต้องยุบอาคารเรียนหลัง ๑ และ
๒ เพื่อใช้พื้นที่สร้างอาคารใหม่ สามารถใช้เป็นห้องเรียน และห้องปฏิบัติการได้เพียงพอแก่ความต้องการ
และได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่
๙ ให้ใช้พระนามของ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ เป็นชื่ออาคาร โรงเรียนหอวังจึงได้มี
อาคารวชิรุณหิศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ชาวหอวังเป็นล้นพ้น

ข้อมูลโดย อาจารย์ พรรณทิพย์
อุ่นใจ
|